Friday, October 26, 2007

Benefactors of the Tara Great Stupa - October 2007 (2)

Mr. Teng Kien Meng 20,000 baht
Mr. Kongkiat Wathakanjanasuthi and family (คุณก้องเกียรติ วาทะกาญจนสุทธิ์และครอบครัว) 15,000 baht (From this amount, 10,000 baht is for the building of the Stupa and 5,000 baht is for the making of Buddha images and other sacred objects to be placed inside the Stupa)
Donations from the Weaving Art for Peace conference 5,505 baht
Dr. Bundit and friends from Surin Province 4,500 baht
Mr. Kongphop Suthithamwasi (คุณคงภพ สุทธิธรรมวะสี) 1,000 baht
Dr. Jantima Earmanond and Suthisak Angkhapanichkit (ดร. จันทิมา เอียมานนท์และคุณสุทธิศักดิ์ อังคพณิชกิจ) 2,000 baht
Dr. Tongchat Hongladarom (ดร. ทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์) 1,000 baht
M.L. Phaksuk-Thongsri Kamphu (มล. ภัคศุภ-ทองศรี กำภู) 1,000 baht
Dr. Tongthat Hongladarom (ดร. ทองธัช หงศ์ลดารมภ์) 1,000 baht
Mr. Tongma Hongladarom (คุณทองมา หงศ์ลดารมภ์) 1,000 baht
Mr. Ampon (คุณอำพล) 2,000 baht
Mrs. Liu 2,000 baht
Ms. Yenchu 2,000 baht
Mr. & Mrs. Ganda & Laszlo 2,690 baht
Ms. Pranee Daraprasertkul (คุณปราณี ดาราประเสริฐกุล) 1,000 baht
Mrs. Rassamee Methavikul, Mr. Krisadang Jaisa-ard, Mr. Assadang Jaisa-ard (คุณรัศมี เมธาวิกุล คุณกฤษฎางค์ ใจสอาด คุณอัษฎางค์ ใจสอาด) 10,000 baht

Thursday, October 25, 2007

Getting to Know the Artist who Draws the Tara Great Stupa Picture

Atipong Padanupong

1. แนะนำตัวเอง

ผมเรียนจบมาทางศิลปะ
แม้จะเป็นสาขาออกแบบแต่หลังจากนั้นก็ทำงานเกี่ยวกับวาดภาพมาโดยตลอด
ประมาณห้าปีก่อนเกิดสนใจศิลปะทิเบตขึ้นมา เป็นความสนใจแบบตื้นเขิน
ผิวเผินที่สุด เห็นรูปเทพดุๆ มือยุ่บยั่บในกองไฟแล้วรู้สึกประทับใจ
รู้สึกว่าชาวทิเบตเขาวาดไฟได้ร้อนแรง ลักษณะท่าทางของเทพเหล่านั้น (
ซึ่งมาทราบภายหลังว่าคือยิดัมและธรรมบาล) ก็ทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหล
ในเดือนพฤศจิกาปี ก่อนเกิดสึนามิ ผมออกจากงานประจำ และอยากทำอะไรสนุกๆ
จึงจัดกระเป๋าไปอยู่กับช่างเขียนภาพชาวทิเบตลี้ภัยที่เมืองธรัมศาลา อินเดีย
แม้ตอนกลับจะได้ภาพพระแม่ตาราขาว ที่วาดเองด้วยความภูมิใจกลับมาภาพหนึ่ง
แต่จะว่าไปเรียนเขียนทังกาก็ไม่กล้าพูดเต็มปาก เพราะอยู่กับเขาแค่สองเดือน
ในขณะการเขียนทังกาจริงๆนั้นต้องเรียนกันห้าหกปี
เรียกว่าไปสังเกตการณ์วิธีเขียน และชีวิตช่างเขียนทางโน้นมากกว่า
นอกจากภาพพระแม่ตาราแล้ว ความรู้
ประสบการณ์ที่ได้รับมาก็ไม่ได้ผลิดอกออกผลอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
จนกระทั่งมาเจออาจารย์กฤษและมูลนิธิพันดารา จึงรู้สึกมีทางไปมากขึ้น


2. เล่าความเป็นมาของการเข้ามาช่วยงานมูลนิธิ

เป็นเรื่องมหัศจรรย์ครั้งหนึ่งในชีวิต
คือผมเจออาจารย์กฤษครั้งแรกในงานภาพยนตร์มิลาเรปะ
ตอนนั้นกลับมาจากธรัมศาลาแล้วราวปีนึง
ในแวดวงคนสนใจเรื่องทิเบตก็ต้องได้ยินได้อ่านหนังสือของอาจารย์
และอยากเจอตัวจริงอยู่แล้ว
พอดีผมมีหนังสือการ์ตูนมิลาเรปะที่เพื่อนชาวทิเบตให้เป็นที่ระลึก
รู้สึกว่าเก็บอยู่กับตัวก็ไม่ได้อะไร เลยขอทำความรู้จักอาจารย์ที่หน้าโรงหนัง
และวันถัดมาก็นำหนังสือไปให้ที่จุฬา อาจารย์บอกว่าเป็นของขวัญปีใหม่
เพราะวันนั้นเป็นวันโลซาร์ ปีใหม่ทิเบตพอดี
จากนั้นผมและอาจารย์ก็ไม่ได้ติดต่อกันเลยประมาณปีครึ่ง
จนกระทั้งถึงต้นเดือนมิถุนาที่ผ่านมานี้เอง
วันนั้นผมไปรอเพื่อนที่อัมรินทร์โซโก้ แล้วเขายกเลิกนัดกะทันหัน
ผมเลยเดินมาขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีชิดลมกลับบ้าน แล้วจู่ๆ
ก็เจออาจารย์กับอาจารย์โสรัจจ์บนสถานีนั่นแหละ
ทักทายกันแล้วอาจารย์ก็บอกให้ไปหาที่จุฬาฯวันรุ่งขึ้น
มีงานให้ช่วยและต้องการช่างเขียนรูปพอดี คือเขียนภาพพระสถูปนี่เอง
จำได้ว่าวันนั้นอาจารย์ดูเหนื่อยๆ เกรียมๆ ผมคิดว่าอาจารย์ไปเล่นกอล์ฟซะอีก
มาทราบวันรุ่งขึ้นว่าอาจารย์ไปกราบที่ทิเบตมา
และตอนที่เจอบนสถานีรถไฟฟ้านั้นอาจารย์ก็เพิ่งกลับมาแค่วันเดียวเอง!
และโดยปกติอาจารย์ก็ไม่ค่อยได้เดินไปแถวชิดลมด้วย
จึงถือเป็นเรื่องน่าประหลาดที่ได้มาเจอ เหมือนมีใครชักใยที่มองไม่เห็นอยู่
และหลังจากนั้น ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อน ผมก็ได้แนะนำพี่จุ่น ( สถาปนิกใจดี)
ให้อาจารย์ เราไปขถิรวัณกับพี่อารีรัตน์ด้วย
คือเราทั้งสี่คนเนี่ยแทบไม่รู้จักกันมาก่อนเลย
แต่ก็จูนเข้ากันได้ดีอย่างน่าพิศวง เมื่อผมวาดพระสถูปรูปที่สองเสร็จ (
ต่อยอดจากรูปแรกที่คุณศุภโชควาดไว้) เราจึงนำภาพนั้น พร้อมคำถามต่างๆ
ไปหาลาร์เซย์รินโปเชที่เฉิงตู โดยงานนี้พี่จุ่นก็พาพี่เล็กพี่กลาง
ครอบครัวสถาปนิกซึ่งสนใจในความเป็นทิเบตไปด้วย และมีคุณจิ๊ก
นักเขียนผ้รักทิเบตมากๆ ร่วมทางไปอีกคน เยินเต็นรอรับเราที่เฉิงตู
หลังจากพบท่านรินโปเชแล้วก็ไปเที่ยวบ้านเยินเต็น
ซึมซับความเป็นทิเบตแบบอัมโดกัน
กลับมาเมืองไทยก็นำคำวิจารณ์ของท่านรินโปเชมาปรับปรุงแก้ไข
และช่วยกันจัดนิทรรศการ
......ก็ได้ร่วมงาน และกลายมาเป็นสมาชิก ( กิตติมศักดิ์ 555 )
ของมูลนิธิโดยไม่รู้ตัวล่ะครับ

3. ทำไมจึงตัดสินใจช่วยวาดพระสถูป ?

อย่างที่เล่ามา มันเหมือนมีบางอย่างดลให้ต้องมาเจออาจารย์และมูลนิธิ
ถ้าจะไม่วาดก็เหมือนฝืนชะตาเกินไปแล้ว
พี่จุ่นเคยบอกว่าทุกอย่างที่เกิดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
มันมีเส้นที่มองไม่เห็นพาเราไปโน่นไปนี่
บางทีความรู้เรื่องศิลปะทิเบตที่ได้ไปสัมผัสยังธรัมศาลา
อาจเป็นการปูพื้นเพื่อมาช่วยงานให้มูลนิธิก็ได้ แต่ตอนนั้นผมยังไม่รู้ตัวหรอก
เรียกว่าปูพื้นตากแดดทิ้งไว้เฉยๆเป็นปีๆ แล้วจู่ๆ ก็เริ่มมีผนัง มีเสามี
อะไรขึ้นมา ผมก็ดีใจที่ได้นำประสบการณ์นั้นมาทำประโยชน์
อีกอย่าง อาจารย์เคยบอกว่าการบังเอิญเจอผม
และเลยเถิดไปถึงพี่ๆสถาปนิกในช่วงที่ต้องการคนช่วยคิดช่วยทำพระสถูปพอดี
คืออานิสงส์หนึ่งจากการกราบ แต่สำหรับตัวผมเอง
นึกไม่ออกทำบุญอะไรไว้จึงได้มาเจออาจารย์ แต่ยอมรับว่าครั้งหนึ่ง สมัยจบใหม่ๆ
คึกคะนองและหิวเงินจนหน้ามืดตามัว
เคยนำความสามารถในการวาดเขียนไปทำเรื่องไม่ดีเอาไว้ ( ถ้าพูดอาจจะติดเรท X )
เรียกว่าใช้วิชาที่เรียนมาในทางมิชอบ บางทีพระท่านคงเมตตา
ให้โอกาสผมทำอะไรดีๆลบล้างนะครับ
เคยอ่านเรื่องธรรมบาลบางองค์ที่ก่อนหน้าเคยเป็นพวกคุณไสยมนตร์ดำ...ด้านมืดของพลังมาก่อน
แล้วได้รับพระธรรมเย็นๆช่วยขัดเกลา จึงปวารณาตนรับใช้
บางทีผมอาจเข้าข่ายนั้นก็ได้ ( คิดสนุกๆน่ะครับ 555 )

4. ไม่เคยทำมาก่อนทำไมจึงทำได้ ?

คงต้องบอกเลยว่าผมไม่ได้วาดคนเดียว และที่วาดออกมาก็เป็นแค่พื้นผิว
ร่างพระสถูปภาพแรกนั้นคุณศุภโชควาดไว้จากคำชี้แนะของลาร์เซย์ รินโปเช
พอดีช่วงนั้นอาจารย์บอกว่าคุณศุภโชคติดงาน
เลยให้ผมขยายภาพร่างนั้นขึ้นมาเป็นภาพใหญ่ และใส่รายละเอียดไปตามสมควร
เรียกได้ว่าโครงสร้างสัดส่วนต่างๆ คุณศุภโชคกำหนดขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว
ผมแค่มาขัดเกลาและตกแต่ง เพิ่มลวดลายทิเบตตามที่ได้เรียนรู้มา
ให้พระสถูปดูสวยงามเป็นจริงเป็นจังขึ้นเท่านั้นเอง
และสำหรับภาพพระสถูปที่อยู่หน้าโบรชัวร์นั้น เป็นภาพร่างที่ 3
ที่แก้ไขหลังจากนำไปที่เฉิงตู ให้ท่านรินโปเชพิจารณาแล้ว
เนื่องจากท่านปรับแก้หลายส่วน ซึ่งผมเองตามไม่ทัน
แต่พี่ๆสถาปนิกที่ไปด้วยเขาเข้าใจ และเห็นผมมึนๆ ก็ว่าเอางี้
เดี๋ยวพี่เขาจะนำเอาคอมเมนต์ของท่านรินโปเชมาแก้ไข
และขึ้นเป็นลายเส้นโครงสร้างแบบ 3D ไว้ เอาแบบเป๊ะๆ เลย
แล้วค่อยส่งโครงสร้างนั้นให้ผมตกแต่งลวดลาย ประดับประดา
หมายถึงว่าใช้ลวดลายทิเบตวาดประกอบให้ดูสวยงามเป็นจริงเป็นจังทีหลัง
สำหรับผม โครงสร้างสำคัญกว่าพื้นผิว ถ้าคุณศุภโชค และพี่ๆสถาปนิกไม่ขึ้นโครง
กำหนดสัดส่วนให้ก่อน ผมคงวาดออกมาไม่ได้ คือถึงภาพจะสวยงาม
ก็เป็นแค่ที่ฉาบบนผิวหน้า สัดส่วนคงไม่ลงตัว และไม่สามารถทำงานง่ายขนาดนี้

5. ขณะวาดภาพพระสถูปมีความรู้สึกอย่างไร ?

ดีครับ สนุกเพลิดเพลิน ไม่เครียดไม่กดดันเหมือนงานจ้าง
ยิ่งช่วงนั้นมีงานลูกค้ามาซ้อนๆ กัน ซึ่งเป็นงานที่เน้นปริมาณ
ทำเพื่อเงินเป็นหลัก ยิ่งอยากหันหลังให้และไปวาดพระสถูปแทน เพราะรู้สึกผ่อนคลาย
เป็นงานเย็น ไม่ใช่งานร้อน
และคิดว่าเมื่ออาจารย์ให้โอกาสทำ
ทั้งตัวผมเองก็รู้เรื่องศิลปะทิเบตพอตัวอยู่แล้ว
ก็จะทำให้ดีเท่าที่ความสามารถและเวลาจะอำนวย รู้สึกภูมิใจครับ
ส่วนเรื่องบุญกุศลนั้นก็แอบคิดเหมือนกันเล็กๆ 555 แต่ไม่ได้หวัง
เพราะเกิดความสุขขึ้นในขณะวาด นั่นก็ดีพอแล้ว

Friday, October 12, 2007

Illuminating theDarkPlaces

Bringing all the great religions together and all the different traditions of Buddhism is essential if we are to effect a peaceful transition to a more peaceful and just globally spiritually integrated world.

I try to learn from all the Buddhist traditions and to sow seeds of Peace here at Dhamma Park for as long as I have the health and strength to continue .I'm now 75 and there are many difficulties which is normal on the path !

Your 1000 stars will help to illuminate the dark places on this earth and the Tara Great Stupa will be a beacon in Thailand. I really look forward to seeing it and to meeting His Eminence one day. Im sure it will soon be accomplished.

Venetia Walkey
Dhamma Park Gallery

Benefactors of the Tara Great Stupa - September 2007

Names of Benefactors of the Great Stupa (Not complete)
อาจารย์ปาริชาติ จึงวิวัฒนาภรณ์ 1,000 บาท (สร้างพระสถูป 500 บาทและร่วมหล่อพระพุทธรูป 500 บาท)
นางสาวฮุ่ยเจ็ง นันทาประเสริฐ 20,000 บาท
นางเกียว เมธาวิกุล 100,000 บาท

Thursday, October 11, 2007

Another Kind of Support

Dear, dear, dear Kris!
The new (mantra) stupa is beautiful!
We were feeling inside so calm, so peacful.
I ask you: if you make a new stupa and need some people to help, tell me please. And: if somebody helps me to find workers I'd like to clear the lake from the death bambus.
I hope your retreat was very successful.
Metta, metta, metta: Kata + Laci

Support from a Korean Friend

Dear Kris

Please accept my donation for the Tibetan Stupa. I am really happy to be part of it. Please use this money for the steps to the entrance of the Stupa. I hope to see you soon.

Love

Myung-Hee

First Vajrayana Buddhist Stupa of Thailand dedicated to world peace and in honor of Thailand's great dharmaraja His Majesty the King Bhumipol.